อาชญากรรม คือ การกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายที่มีโทษทางอาญา

อาชญากรรม คือ การกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายที่มีโทษทางอาญา อาชญากร คือ ผู้กระทำผิดทางอาญาที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดและได้รับโทษทางอาญา สรุปได้ว่า อาชญากรรมในความหมายอย่างแคบ คือ พฤติกรรมที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมายอาญาเท่านั้น โดยการพิจารณาพฤติกรรม การกระทำของบุคคลในสังคมตามข้อกำหนดของกฎหมายอาญาเท่านั้น ไม่ได้คำนึงถึงเจตนา หรือลักษณะของความผิดแต่อย่างใด

อาชญากรรม เป็นปัญหาสังคม ทุกสังคมในโลกล้วนแล้วแต่มีอาชญากรรมทั้งสิ้น สังคมใดจะมีอาชญากรรมมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของสังคมนั้น รวมทั้งมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม สังคมที่เจริญแล้วใช่ว่าอาชญากรรมจะไม่มีหรือไม่เกิดขึ้น ปัญหาอาชญากรรมสร้างความวิตกกังวล ความตื่นกลัว ความหวาดระแวงให้กับคนทุกคน ไม่ว่าจะรวยหรือจะจน จะพักอาศัยในเมืองหรือชนบทก็อาจตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมได้ทั้งสิ้น การทำงานของตำรวจเพียงฝ่ายเดียว ไม่สามารถจะระงับยับยั้งอาชญากรรมได้ จำเป็นจะต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชน เพื่อร่วมกันป้องกันอาชญากรรม ปัจจุบันการป้องกันมิให้อาชญากรรมเกิดขึ้น จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญของตำรวจ การป้องกันอาชญากรรมที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ได้รับความสนใจจากตำรวจทุกประเภท มีการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทำงานในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ ตำรวจบ้าน การอบรมสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม เพื่อนบ้านระวังภัย สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม นักสืบรุ่นจิ๋ว รวมถึงการอบรมลูกเสือ เนตรนรี อาสาสมัครต่าง ๆ เพื่อให้รู้เรื่องการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการแจ้งข่าวอาชญากรรม

อาชญากร คือ ผู้กระทำผิดทางอาญาที่ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดและลงโทษทางอาญา อาชญากร หรือ อาชญากรรม โดยคำว่า อาชญากร หมายความถึง ตัวบุคคลผู้กระทำความผิด ส่วน อาชญากรรม หมายถึง การกระทำความผิด โดยความหมายของคำว่าอาชญากรรม แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะคือ อาชญากรรมทางด้านกฎหมาย และอาชญากรรมทางด้านสังคม โดยอาชญากรรมทางด้านกฎหมาย หมายถึงการกระทำความผิดใ ๆ ก็ตามซึ่งกำหนดที่ใช้อยู่ขณะนั้น บัญญัติไว้ว่าเป็นการกระทำความผิดและมีการกำหนดบทลงโทษ เช่น การลักทรัพย์เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 เป็นต้น ดังนั้นจะเห็นว่า อาชญากรรมทางด้านกฎหมาย คือการกระทำความผิดทางอาญา และผู้กระทำความผิดทางอาญาจึงถือว่าเป็นอาชญากร ยกเว้นการกระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถือเป็นความผิดทางลหุโทษ หรือเด็กที่กระทำความผิด ก็จะถือว่าไม่เป็นอาชญากร

อาชญากรรม คือ การกระทำที่ละเมิดต่อกฎหมายที่มีโทษทางอาญา

วิธีป้องกันอาชญากรรม

ประชาชนหรือสังคม มักจะโยนปัญหาอาชญากรรมให้กับตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงฝ่าย

เดียว ซึ่งความจริงแล้วการป้องกันอาชญากรรมก็ดี การแก้ปัญหาอาชญากรรมก็ดี “ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องร่วมแรงร่วมใจป้องกันหรือร่วมกันแก้ปัญหาอาชญากรรมทั้งสิ้น” ตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) ไม่ให้สังคมหรือประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย ประชาชนมีหน้าที่ดูแลรักษาทรัพย์สินของตนเอง ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการแจ้งข่าวสารอาชญากรรมให้ตำรวจ สืบสวนหาข่าวสังเกตสิ่งผิดปกติ ดูแลความเป็นอยู่ เข้าไปในหมู่บ้าน

ชุมชน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ข่าวสาร เป็นพยานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจการกระทำดังกล่าวถือเป็นหน้าที่ของประชาชนที่ดี

วิธีป้องกันอาชญากรรมมีหลายวิธี อาจสรุปได้ดังนี้

  1. การตัดช่องโอกาสคนร้ายเพื่อไม่ให้กระทำผิด

คนร้ายจะหาโอกาสหรือจังหวะก่ออาชญากรรมในช่วงที่เห็นว่ามีโอกาสดีหรือเจ้าของบ้าน

เผลอ ซึ่งคนร้ายจะเลือกโอกาสที่สะดวกที่สุด ดังนั้นคนร้ายจะกระทำการโจรกรรมทันที เมื่อมีจังหวะได้โอกาสเหมาะสม เช่น

  • ช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่
  • นอนเปิดประตู หน้าต่างยามวิกาล
  • ลืมปิดประตู หน้าต่าง ลืมใส่กลอนประตู หรือกุญแจ
  • ไปต่างจังหวัดโดยทิ้งบ้านไว้หลาย ๆ วัน โดยไม่มีผู้ดูแลบ้าน หรือปล่อยเด็ก ๆเฝ้าบ้านอยู่กันเอง เท่านั้น
  • เมื่ออยู่ในที่เปลี่ยว หรือปลอดคน ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน คนร้ายอาจฉวยโอกาสขณะที่ปลอดคนทำการโจรกรรมทรัพย์ด้วยการชิงทรัพย์ หรือวิ่งราวทรัพย์ หรือลักทรัพย์ คนร้ายย่อมกระทำได้
  • ความประมาทเลินเล่อ เผลอเลอของท่าน อาจนำไปสู่อาชญากรรมได้ เช่น ลืมทิ้งสิ่งที่มีค่าไว้นอกบ้าน ตามร้านค้าหรือตามที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่าน
  • เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของท่านเอง เช่น ท่านอาจถูกหลอกลวงด้วยวิธีการต่าง ๆ จากมิจฉาชีพ ด้วยการอาศัยเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ซึ่งถ้าหากท่านนึกไม่ถึงแล้ว โอกาสที่ท่านจะต้องถูกคนร้ายทำการโจรกรรมทรัพย์สินนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก ดังนั้นท่านควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวท่านเองและพิจารณาดูว่า สมควรที่จะไว้วางใจบุคคลที่ท่านไม่รู้จักมักคุ้นหรือ ซึ่งคนร้ายอาจมาในหลายรูปแบบเช่น ทำที่เป็นว่าเป็นช่างลับมีด ซ่อมโทรศัพท์บ้าง ซ่อมวิทยุไฟฟ้า ประปา หรือแม้แต่พวกที่แอบอ้างว่ามาทำการสำรวจตามบ้านก็อาจเป็นอาชญากรที่แฝงมา ถึงแม้จะเป็นหญิงก็อย่าได้ไว้ใจ ซึ่งเมื่อท่านเผลอก็จะถือโอกาสโจรกรรมทรัพย์สินทันที

2. การตัดช่วงเวลาของคนร้าย

เวลาที่คนร้ายจะประกอบอาชญากรรมนั้น ก็มีหลายช่วงเวลาด้วยกัน ซึ่งแต่ละช่วงเวลาคนร้ายก็จะประกอบอาชญากรรมแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน

  • ช่วงเวลา 00.01 – 04.00 น. คนร้ายมักจะเข้าตามหมู่บ้าน ทำการโจรกรรมทรัพย์สินของชาวบ้านด้วยการงัด แงะตามประตูหน้าต่าง ปีนเข้าบ้านเพื่อเอา ทรัพย์สินที่ทิ้งไว้ข้างนอกตัวบ้าน หรือโจรกรรมรถยนต์ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านจะนอนหลับสนิทมาก ที่ซาวบ้านเรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า “ยามหมาหลับ” ช่วงเวลาที่เรียกว่า “ฤกษ์ดาวโจรกำลังขึ้น” ดังนั้นก่อนนอนควรจะได้ทำการสำรวจประตูหน้าต่างและดูแลทรัพย์สินให้อยู่ในที่ปลอดภัย
  • ช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. หากเป็นชนบทเป็นช่วงเวลาที่พ่อค้า แม่ค้า และชาวบ้านเริ่มไปประกอบอาชีพกันแต่เช้าตรู่ ช่วงนี้เองที่คนร้ายมักชอบกระทำการชิงทรัพย์ หรือวิ่งราวทรัพย์พึงระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องนี้ กระเป๋าสตางค์ควรถือไว้ให้แน่น ระวังโจรมอเตอร์ไซค์ และไม่ควรเดินคนเดียวตามตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวคน
  • ช่วงเวลา 10.00 – 15.00 น. สำหรับบ้านที่ไม่มีคนเฝ้าดูแล เนื่องจากต้องออกไปประกอบอาชีพส่วนตัว คนร้ายอาจทำการเบื่อยาหมาตาย เข้าบ้านทำการโจรกรรมทรัพย์สินไปได้
  • ช่วงเวลา 21.00 – 24.00 น. สำหรับช่วงเวลานี้ ไม่ค่อยมีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากนัก มีเป็นส่วนน้อย สำหรับผู้ที่ปล่อยปละละเลยทิ้งทรัพย์สินที่ไม่ค่อยจะมีค่ามากนักไว้นอกบ้าน และคิดว่าคงไม่มีใครเอาไป นั่นแหละทรัพย์เหล่านี้เองที่อาจจะหายได้ เช่น พวกต้นว่านต่าง ๆ หรือสิ่งของเครื่องใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ โต๊ะ เก้าอี้ ดังนี้เป็นต้น

ข้อแนะนำในการป้องกันอาชญากรรม

ที่กล่าวข้างต้นแล้ว นับว่าเป็นจังหวะ หรือโอกาสของคนร้ายที่จะทำการโจรกรรมทรัพย์สินของ

ท่าน หรือบางครั้งท่านก็อาจได้รับอันตรายถึงชีวิตเมื่อเป็นดังนี้ ควรหาโอกาสป้องกันทรัพย์สินและชีวิตของท่านให้ปลอดภัยดีกว่า โดยเริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

เมื่อท่านจะออกจากบ้านไปต่างจังหวัด หรือไปทำธุรกิจโดย ทิ้งบ้านไว้หลาย ๆ วัน
  • ก่อนออกจากบ้านควรสำรวจทรัพย์สินภายในบ้านให้เรียบร้อยว่าอยู่ครบถ้วน อย่างไร
  • เก็บของที่มีค่ามาก ๆ ไว้ในที่มิดชิด อย่าให้ล่อแหลมต่อสายตาของเหล่ามิจฉาชีพ
  • ปิดประตูใส่กลอนไว้ให้เรียบร้อย รวมทั้งดูน้ำประปาปิดให้เรียบร้อย ไฟฟ้าสับสวิทช์ไฟฟ้าลงให้เรียบร้อยก่อนจากบ้านไป
  • ปิดประตูรั้วบ้าน ใส่กุญแจให้มั่นคง
  • ควรจะได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบบ้าง เพื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ไปตรวจตราดูแลให้บ้างเป็นครั้งคราว
  • แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า กรณีถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจะติดต่อได้อย่างไร
  • ขอร้องเพื่อนบ้านที่สนิทให้ช่วยดูแลบ้านขณะที่ไม่อยู่ และให้ช่วยติดต่อทางโทรศัพท์ให้ตำรวจทราบ ถ้าพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัย เช่น กรณีที่มีคนหรือรถมาวิ่งวนเวียนแถวหน้าบ้าน
  • ไม่ควรบอกให้ชาวบ้านทราบว่าวันนั้น วันนี้จะไปทำธุระที่นั่นที่นี่ ควรบอกเฉพาะเพื่อนบ้านที่สนิท และไว้วางใจได้เท่านั้น มิฉะนั้นแล้วข่าวที่ไม่อยู่บ้านอาจเข้าหูของคนร้ายได้โดยไม่รู้ตัว
  • ไม่ควรทิ้งคนใช้ไว้ตามลำพัง หากมีญาติใกล้เคียงควรจะได้วานให้มาอยู่เป็นเพื่อนหรือให้เฝ้าบ้านแทน
  • หากที่บ้านของท่านรับหนังสือพิมพ์ายวัน ควรแจ้งให้คนส่งหนังสือพิมพ์งดการส่งหนังสือพิมพ์ตามจำนวนวันที่ท่านไม่อยู่ เพราะถ้าท่านไม่กระทำเช่นนั้นอาจเป็นการขี้ช่องให้คนร้ายทราบว่าท่านไม่อยู่บ้าน อันจะเป็นชนวนอย่างหนึ่งที่คนร้ายจะลอบเข้าทำการ โจรกรรมทรัพย์สินของท่าน

กรณีที่ท่านจะออกจากบ้านในเวลากลางคืนเพื่อไปทำธุระชั่วคราว

  • ถ้าบ้านของท่านมี 2 ชั้น ควรจะเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งสองชั้น
  • ไม่ควรปิดบ้านท่านให้มืดทึบจนมองไม่เห็นภายในบ้าน
  • ไม่ควรซ่อนกุญแจไว้ในบริเวณบ้าน เช่น ตามประตู หน้าต่าง การแขวน หรือวางไว้ที่เห็นชัดเจน ก็ไม่ควรทำ
  • ตรวจตราประตู หน้าต่าง ใส่กลอนให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน
  • ไม่ควรบอกกกล่าวผู้ที่ไม่ไว้วางใจว่าไม่อยู่บ้าน นอกจากเพื่อนบ้านที่สนิท และอยู่ใกล้เคียงเท่านั้น
  • ขอร้องเพื่อนบ้านที่สนิทช่วยดูแลบ้านให้ด้วย ทางที่ดีควรแจ้งให้ทราบว่าจะกลับมาถึงเวลาที่จะกลับบ้าน เพื่อนบ้านจะได้รู้ว่าเป็นท่านไม่ใช่ขโมย
  • ควรเปิดไฟนอกชายคาไว้ให้สว่าง ไม่ควรเสียดาย
  • ปล่อยสุนัขให้อยู่รักษาบ้านตามปกติ และระวังการลักลอบวางยาเบื้อสุนัขด้วยการหาเครื่องป้องกันการกินอาหารให้สุนัขด้วย

กรณีที่ท่านจะออกจากบ้านในเวลากลางคืนเพื่อไปทำธุระชั่วคราว

  • ถ้าบ้านของท่านมี 2 ชั้น ควรจะเปิดไฟทิ้งไว้ทั้งสองชั้น
  • ไม่ควรปิดบ้านท่านให้มืดทึบจนมองไม่เห็นภายในบ้าน
  • ไม่ควรซ่อนกุญแจไว้ในบริเวณบ้าน เช่น ตามประตู หน้าต่าง การแขวน หรือวางไว้ที่เห็น
  • ตรวจตราประตู หน้าต่าง ใส่กลอนให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้าน
  • ไม่ควรบอกกกล่าวผู้ที่ไม่ไว้วางใจว่าไม่อยู่บ้าน นอกจากเพื่อนบ้านที่สนิท และอยู่ใกล้เคียงเท่านั้น
  • ขอร้องเพื่อนบ้านที่สนิทช่วยดูแลบ้านให้ด้วย ทางที่ดีควรแจ้งให้ทราบว่าจะกลับมาถึงเวลาที่จะกลับบ้าน เพื่อนบ้านจะได้รู้ว่าเป็นท่านไม่ใช่ขโมย
  • ควรเปิดไฟนอกชายคาไว้ให้สว่าง ไม่ควรเสียดาย
  • ปล่อยสุนัขให้อยู่รักษาบ้านตามปกติ และระวังการลักลอบวางยาเบื้อสุนัขด้วยการหาเครื่องป้องกันการกินอาหารให้สุนัขด้วย
  • ควรทำประวัติคนใช้ไว้และไม่ควรให้คนใช้ที่ยังไม่มักคุ้น หรือยังไม่ทราบประวัติดี ให้อยู่เฝ้าบ้านตามลำพัง

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป สืบสวนอย่างไร ให้รู้ความลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *