ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 203 จุด เช้านี้ วิตกผลกระทบรายย่อยปั่นหุ้น GameStop

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุดในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่นักลงทุนรายย่อยพากันปั่นหุ้น GameStop ซึ่งเป็นหุ้นร้านจำหน่ายวิดีโอเกมชื่อดังในสหรัฐ นอกจากนี้ ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของจีน

ณ เวลา 07.00 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 203 จุด หรือ 0.68% แตะที่ 29,676 จุด

นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวการปั่นหุ้น GameStop หลังจากกลุ่มนักลงทุนใน WallStreetBets ซึ่งเป็นบอร์ดย่อยใน Reddit ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดที่มีสมาชิกกว่า 7.6 ล้านราย ได้เล็งเป้าหมายที่จะผลักดันราคาหุ้น GameStop ให้สูงขึ้นเพื่อกดดันให้เฮดจ์ฟันด์ต้องกลับเข้าซื้อคืนหุ้นดังกล่าวเพื่อตัดขาดทุน หลังจากที่ได้ขายชอร์ตก่อนหน้านี้ โดยเก็งว่า GameStop จะต้องปิดกิจการในไม่ช้า

การปั่นราคาหุ้น GameStop ส่งผลให้ราคาหุ้นดังกล่าวพุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% แล้วนับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ซึ่งทำให้มีความวิตกกันว่า หากหุ้น GameStop ยังคงพุ่งขึ้นต่อไป ก็จะทำให้เฮดจ์ฟันด์ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลให้เฮดจ์ฟันด์เหล่านี้พากันเทขายหุ้นอื่นๆ ในตลาดเพื่อระดมเงินมาชดเชยผลขาดทุนจากการเก็งกำไรใน GameStop

นอกจากนี้ ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ยังได้รับแรงกดดันจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ซึ่งระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตในเดือนม.ค. อยู่ที่ระดับ 51.3 ลดลง 0.6 จุด จากระดับ 51.9 ในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนยังคงมีการขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอลง

ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการของจีนลดลงมาอยู่ที่ 52.4 ในเดือนม.ค. จาก 55.7 ในเดือนธ.ค. แต่ดัชนี PMI ภาคบริการยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว แต่เป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ufabet

ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส (Dow Jones Index Futures) คืออะไร? มีเทคนิคเทรดอย่างไร?

หากท่านกำลังสนใจการเทรดที่มีกระแสนิยมมาแรงสุดๆ อย่าง Dow Jones Index Futures แล้วล่ะก็ รีบเข้ามาอ่านด่วน! เพราะบทความนี้จะพาเทรดเดอร์ทุกท่านไปทำความเข้าใจ DJI futures ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อค้นหาความหมายว่า DJI futures คืออะไร, จะเทรด DJI index futures อย่างไร และทำไมจึงควรเลือกเทรด DJI index futures รวมไปถึงตัวอย่างและเทคนิคแบบเชี่ยวชาญ ที่สามารถนำไปใช้งานได้จริงในการเทรด DJI futures ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลุยกันเลย

DJI Index Futures คืออะไร?

Dow Jones Index Futures (DJI Index Futures) หรือที่คนไทยรู้จักกันในนาม “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีดาวโจนส์” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส” คือ หนึ่งในประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เอื้อให้นักลงทุนสามารถ “คาดการณ์” มูลค่าของสินทรัพย์ล่วงหน้าในดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์นั่นเองครับ

โดย Index futures เป็นการทำข้อตกลงระหว่างเทรดเดอร์ 2 ราย โดยรายหนึ่งเทรดชนะ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามเทรดแพ้ ฟังดูเหมือนกับการเล่นพนันเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่มันแตกต่างกันตรงที่ว่า การเทรด Index futures นั้นถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยข้อผูกมัดที่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายเงินให้กับอีกฝ่ายเมื่อวันกำหนดชำระมาถึง

Dow Futures เองก็เป็นอีกหนึ่งประเภทของการเทรดตราสารที่นักลงทุนสามารถใช้ ‘ป้องกัน’ ในที่นี้หมายถึงเทรดเดอร์สามารถใช้รูปแบบการเทรดนี้เป็นประกันในการลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนทั้งหมด โดยการจัดกลุ่มดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเข้ากับตราสารอื่นๆ ในพอร์ต

Index futures ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหรือขายสัญญาได้ จากการคาดการณ์และการประเมินของพวกเขาเองว่ามูลค่าของดัชนีทางการเงินในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไรในวันที่ระบุ ในแง่การเทรด มันก็คือการ ‘คาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคา’ นั่นเอง

ทำไมต้องเทรด DJI Futures?

ท่านคงสงสัยแล้วว่ามีตราสารให้เลือกเทรดมากมายไปหมด ทำไมต้องเลือกเทรดดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์สด้วยล่ะ นี่คือ 3 เหตุผลสำคัญ ที่จะช่วยยืนยันว่าดาวโจนส์ฟิวเจอร์สดีต่อพอร์ตการลงทุนของท่านอย่างไร

1. ช่วยลดความเสี่ยง

อย่างที่เราได้บอกไปแล้วเบื้องต้นว่า สัญญาฟิวเจอร์สจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถป้องกันการลงทุนและช่วยบริหารความเสี่ยงในการลงทุน โดยเมื่อความเสี่ยงในการขาดทุนลดลง ก็จะทำให้ท่านมีเงินทุนสำหรับการลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อทำกำไรให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง แต่อย่าลืมเลือกตราสารเทรดที่เหมาะสม เทรดให้ถูกวิธี และบริหารความเสี่ยงด้วยล่ะครับ

2. ข้อดีของการเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส

การเทรดสัญญาฟิวเจอร์ส ทำให้นักลงทุนสามารถเพิ่มจำนวนเลเวอเรจ ลดต้นทุนในการเทรด และทำให้ท่านมีในการเทรดมากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเช่น ใช้เวลาพิจารณาและคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของราคาได้นานยิ่งขึ้น)

3. เทรดดัชนี VS ตราสารเทรดอื่นๆ

ในการเทรดดัชนีฟิวเจอร์ส เช่น DJI ทำให้เทรดเดอร์สามารถลดความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนในตราสารอื่นๆ เพราะมันคือการพิจารณาและคาดการณ์ดัชนีทั้งหมด ซึ่งเป็นการรวบรวมหลากหลายธุรกิจ องค์กร และอื่นๆ อีกมากมาย

ตัวอย่างเช่น ดัชนีดาวโจนส์ ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทมหาชน (หรือที่เรียกว่า บริษัทบลูชิพ) จำนวน 30 บริษัท ที่มีการซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange หรือ NYSE)

บริษัทที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในดัชนีดาวโจนส์ ได้แก่ โคคา-โคลา (Coca-Cola), เอทีแอนด์ที (AT&T), เอ็กซอนโมบิล (ExxonMobil), วอล-มาร์ต (Wal-Mart), ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (Hewlett-Packard) และ ไมโครซอฟท์ (Microsoft)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *